เบอร์ช่างแอร์หนองคาย 042 467277 หรือ 088 5536009
เบอร์ช่างแอร์หนองคาย
ธนอนันต์อิเล็คทอนิกส์ สอบถาม 042 467277 , 088 5536009 และ 081 3444 373แอร์ หนองคาย แอร์บ้าน ถูกกว่าห้าง ถูกกว่าทุกร้านในจังหวัด
ขายปลีก ส่ง สด ผ่อน หน่วยงานราชการทุกหน่วยงานอาทิเช่น
เทศบาล อบต. โรงพยาบาล รพสต. โรงเรียน โรงแรม อพาร์ทเม้นท์
รีสอร์ท หอพัก ยินดีต้อนรับ ทุกเงื่อนไข
จำหน่าย LED TV เครื่องซักผ้า ตู้เย็น ไมโครเวฟ พัดลม เครื่องทำน้ำอุ่น
แอร์ติดผนัง แอร์ตั้งแขวน แอร์ตู้ตั้ง แอร์ฝังเพดาน แอร์สี่ทิศทาง แอร์ระบบ
ดูผลงานที่ผ่านมาของเราได้ที่ ==> แอร์หนองคาย
มาทำความรู้จักกับทั้ง 4 ตัว
ว่าทำงานอย่างไร ?
1. EVAPPORATOR
2. COMPRESSOR
3. CONDENSER
4. CAPILLARY TUBE
2. COMPRESSOR
3. CONDENSER
4. CAPILLARY TUBE
EVAPPORATOR คือ เครื่องระเหย หรือที่ช่างแอร์เรียกว่า คอล์ยเย็น
การทำงานของมันคือ ดูดความร้อนจากภายในห้อง โดยมอเตอร์พัดลมเป็นตัวดูดเข้ามา
ผ่านช่องRetumAir ซึ่งมี Filter เป็น ตัวกรองฝุ่นให้ก่อน แล้วความร้อนที่ถูกดูดเข้ามานั้น
จะมาสัมผัสกับคอล์ยเย็น ซึ่งมีน้ำยาแอร์์(ของเหลว) ซึ่งอุณหภูมิติดลบ
วิ่งอยู่ในท่อนั้น จะทำให้เกิดการระเหยเป็นไอ(แรงดันต่ำ)
COMPRESSOR คือ เครื่องอัดไอ
การทำงานหรือหน้าที่ของมันคือ ดูดไอ(แรงดันต่ำ)
ซึ่งเกิดจากการระเหยภายในคอล์ยเย็น ทำการอัดให้เป็นไอ(แรงดันสูง)
อุณหภูมิสูง เพื่อส่งไประบายความร้อนต่อไป
CONDENSER คือเครื่องควบแน่น หรือช่างแอร์เรียกว่า คอล์ยร้อน
หน้าที่ของมันคือ รับไอร้อนที่ถูก COMPRESSOR อัด จนร้อนและมีอุณหภูมิสูง
เข้ามาในแผงพื้นที่ของมัน จากไอ ที่มีอุณหภูมิสูง เมื่อมาเจอกับอากาศภายในห้อง
ที่มีอุณหภูมิตำกว่า ความร้อนจึงถูกถ่ายเทออกไปได้โดย ไอร้อนนั้น
จะควบแน่นกลายเป็นของเหลว(แรงดันสูง-อุณหภูมิสูง) แต่มีมอเตอร์พัดลมเป็นตัว
ช่วยระบายความร้อนออกไปให้เร็วขึ้น เมื่อเป็นของเหลวแล้วก็สามารถกลับมารับความร้อนภายในห้องได้อีก
แต่ของเหลวนั้นยังมีอุณหภูมิสูงอยู่ จึงต้องทำให้อุณหภูมินั้นลดลงก่อน
CAPILLARY TUBE คือ ท่อลดแรงดันหรือท่อรูเข็ม ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเล็กมาก
ช่างแอร์จะเรียกว่า แค๊ปทิ้ว
หน้าที่ของมันคือลดแรงดันของน้ำยาแอร์(ของเหลว)จากที่ถูกระบายความร้อนแล้ว
ยังมีอุณหภูมิสูง-แรงดันสูง เมื่อมาเจอท่อรูเข็ม ทำให้ของเหลวอั้น ผ่านได้น้อย
ทำให้ของเหลวนั้น มีอุณหภูมิลดลง และแรงดันลดลง
น้ำยาแอร์(ของเหลว)และไหลพอดีเหมาะสมกับพื้นที่ของคอล์ยเย็น
เพื่อที่จะมารับความร้อน ในห้องได้อีกครั้ง
หลังจากได้ทราบถึงวงจรการทำงานของเครื่องปรับอากาศแล้ว
เราจะมาศึกษาถึงที่มาที่ไปกันบ้าง
คำ ว่า BTU
ที่ใช้กับเครื่องปรับอากาศ เป็นหน่วยความร้อน( ย่อมาจาก BRITISH THERMAL UNIT)
ส่วนที่เรียกว่า แอร์ 1 ตัน, 2 ตัน คำว่าตันนั้น หมายถึงตันของความเย็น
เป็นประสิทธิภาพในการทำความเย็น ที่เรียกตันความเย็น มีที่มาดังนี้
น้ำ ทำให้เป็นนำแข็ง 1 ตัน (2000 Ib)
ใน1วัน (24 ช.ม)
ค่าความร้อนแฝงการทำละลายของน้ำแข็ง 144 BTU / น้ำแข็ง 1 ปอนด์
2000 Ib x 144 BTU/Ib 1ตัน = 12000 BTU/h
24h
ค่าความร้อนแฝงการทำละลายของน้ำแข็ง 144 BTU / น้ำแข็ง 1 ปอนด์
2000 Ib x 144 BTU/Ib 1ตัน = 12000 BTU/h
24h
ส่วนใหญ่แอร์ 1ตัน ประมาณ 12000 BTU
ถ้าตันครึ่งหมายถึง 18000 BTU เป็นต้น
ต่อไปจะเปรียบเทียบ
ระหว่างแอร์ธรรมดา กับแอร์ ที่มีเบอร์ 5
กรณีเป็นแอร์ที่มี เบอร์5 หรือค่า EER=10.6 ขึ้นไป (EER= ENERGY EFFICIENCY RATIO)
หมายความว่า ประสิทธิภาพ การทำความเย็น หรือ BTU หลังจากได้ทราบถึงวงจรการทำงานของเครื่องปรับอากาศแล้ว เราจะมาศึกษาถึงที่มาที่ไปบ้าง
กรณีเป็นแอร์ที่มี เบอร์5 หรือค่า EER=10.6 ขึ้นไป (EER= ENERGY EFFICIENCY RATIO)
หมายความว่า ประสิทธิภาพ การทำความเย็น หรือ BTU หลังจากได้ทราบถึงวงจรการทำงานของเครื่องปรับอากาศแล้ว เราจะมาศึกษาถึงที่มาที่ไปบ้าง
คำ ว่า BTU
ที่ใช้กับเครื่องปรับอากาศ เป็นหน่วยความร้อน ย่อมาจาก BRITISH THERMAL UNIT ส่วนที่เรียกว่า
แอร์ 1 ตัน, 2 ตัน คำว่าตันนั้น หมายถึงตันความเย็น
เป็นประสิทธิภาพในการทำความเย็น ที่เรียกตันความเย็น มีที่มาดังนี้
น้ำ ทำให้เป็นนำแข็ง 1 ตัน (2000 Ib)
ใน1วัน (24 ช.ม)
ค่าความร้อนแฝงการทำละลายของน้ำแข็ง 144 BTU / น้ำแข็ง 1 ปอนด์
2000 Ib x 144 BTU/Ib 1ตัน = 12000 BTU/h
24h
ค่าความร้อนแฝงการทำละลายของน้ำแข็ง 144 BTU / น้ำแข็ง 1 ปอนด์
2000 Ib x 144 BTU/Ib 1ตัน = 12000 BTU/h
24h
ส่วนใหญ่แอร์ 1ตัน ประมาณ 12000 BTU
ถ้าตันครึ่งหมายถึง 18000 BTU เป็นต้น
ต่อไปจะเปรียบเทียบ
ระหว่างแอร์ธรรมดา กับแอร์ เบอร์ 5
กรณีเป็นแอร์ เบอร์5 หรือค่า EER=10.6 ขึ้นไป (EER= ENERGY EFFICIENCY RATIO)
หมายความว่า ประสิทธิภาพการทำความเย็น หรือ BTUกำลังไฟฟ้า watt
กรณีเป็นแอร์ เบอร์5 หรือค่า EER=10.6 ขึ้นไป (EER= ENERGY EFFICIENCY RATIO)
หมายความว่า ประสิทธิภาพการทำความเย็น หรือ BTUกำลังไฟฟ้า watt
สมมุติ ว่าแอร์ 12000 BTU. ใช้กำลังไฟฟ้าจากคอมเพรสเซอร์ทำงาน 1000 watt จะได้ค่า EER= 12000 =12 นั่นคือได้เบอร์5 เพราะ EER เกิน 10.6 (1000 )
แต่ถ้า แอร์ 12000 BTU.ใช้กำลังไฟฟ้าจากคอมเพรสเซอร์ทำงาน 1200 watt จะได้ค่า EER= 12000 =10 นั่นคือไม่ได้เบอร์5 เพราะ EER ไม่ถึง 10.6 ( 1200 )
ถ้า เปรียบเทียบกับแอร์ มาเป็นคนละ
จะเห็นว่า 2 คน ทำงานเท่ากันแต่คนหนึ่งกินข้าวมากกว่า ส่วนอีกคนกินข้าวน้อย
เราควรจะเลือกใช้คนแบบไหนดี
มาดูต่อเรื่องของ Compressor
เราจะพูดถึงแต่ Com. ที่ใช้กับแอร์บ้าน เรียงลำดับตามประสิทธิภาพ ดังนี้
1. แบบลูกสูบ ประสิทธิภาพดีที่สุด
ข้อเสียคือ เสียงดัง กินไฟ
2.แบบสกรอล ประสิทธิภาพ รองลงมา แต่ทนกว่า กินไฟปานกลาง มีตั้งแต่ 18000 BTU ขึ้นไป
3.แบบโรตารี่ ประสิทธิภาพ กินไฟน้อย เสียงเงียบ ราคาถูก ขนาดใหญ่สุดมีแค่ 36000 BTU
2.แบบสกรอล ประสิทธิภาพ รองลงมา แต่ทนกว่า กินไฟปานกลาง มีตั้งแต่ 18000 BTU ขึ้นไป
3.แบบโรตารี่ ประสิทธิภาพ กินไฟน้อย เสียงเงียบ ราคาถูก ขนาดใหญ่สุดมีแค่ 36000 BTU
การทำงานของแอร์บ้าน
จะเป็นการระบายความร้อนทางตรง หรือระบายความร้อนด้วยอากาศ
คือน้ำยาแลกเปลี่ยนความร้อน กับอากาศ โดยตรง
เบอร์ช่างแอร์หนองคาย เบอร์ช่างแอร์หนองคาย แอร์หนองคาย





ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น